ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ

8 04 2008

เพื่อนๆที่เคยติดตามอ่าน My First experience in America ตามไปเจอกันได้ที่
http://www.thaiinamerica.com
มีโพสใหม่ๆให้อ่านกันค่ะ





Blog นี้ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ

7 04 2008

สวัสดีค่ะ เพื่อนที่ติดตามอ่าน My first experience in America
ตอนนี้Blog ย้ายที่อยู่แล้วค่ะ เนื้อหาเก่ายังอยู่แต่มีโพสข้อมูลใหม่ๆให้อ่านกัน
New Home www.thaiinamerica.com





ข้อมูลการท่องเที่ยวซานฟรานซิสโก Travel in San Francisco

20 11 2007

Blog ย้ายที่อยู่ไปที่ www.thaiinamerica.com โพสเก่าๆเหมือนเดิมแต่มีโพสใหม่ให้อ่านทุกวันค่ะ

Dear Khun Bang -orn

Thanks so much for visited my blog ka

Refering to your questions ka

1. If you is referring to the http://www.granthotel.net then it looks
like a good place, but you have to walk up or down some hills to get to

Union Square and maybe through some areas with bad people.

2. If you wants to be near Union Square then I think the Pickwick
http://www.thepickwickhotel.com would be good. If she wants to save
some money then maybe one of these South of Market hotels
http://www.sftravel.com/htlsoma.html , but there are some areas of bad
people near there.

3. Here are some price comparisons for the City Pass ticket which is
for one week
http://www.citypass.com/price/sanfrancisco.html?id=YaJBoxIN. An All-Day

Passport for the cable car is $11 so you have to ride it more 3 times
because each trip normally cost $5.  I don’t think there are day passes

for the bus, but it is better to buy the paper tickets so you do not
have to carry money in your hand which bad people will try to take.you can get paper ticket at ticket booth near cable car ka

4. No, 2 days is not much time to see S.F. maybe about 4 or 5 day but not everythings you can see

I think you don’t have to take tour, you can traveling around by your self <should buy SF map>.Public transportation in SF.is pritty good and all place not far from each other.You can walk and take bus,train or cable car quite easy.

Hope this find you well  and have a good time in San Francisco ka

Plew,

สวัสดีคะ คุณ plew

ดิฉันได้อ่านบทความต่าง ๆ ของคุณ Plew ได้รับความรู้มากมาย  เผอิญลูกและเพือน ๆ ของลูกจะไป work&travel  ช่วงเดือนมี.ค – เม.ย. 2008  ที่  Sequoia National Park  ซึ่งจะเป็นการเดินไปอเมริกาเป็นครั้งแรกของทุกคน  และหลังจากนั้นจะเดินทางท่องเที่ยวที่ San Fransicco  และ  Los Angeles  ต่อ  จึงอยากจะรบรกวนคุณ Plew  ขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  Sam Francisco  ดังนี้คะ

1.จะพักที่  GRANT HOTEL  ทราบว่าเจ้าของเป้นคนไทย  พออยู่ได้ไหมคะ หมายถึงสะดวก  ปลอดภัย 

2.คุณ Plew  พอจะแนะนำที่พักแห่งอื่นที่มีราคาย่อมเยาว์  สะดวกและปลอดภัยไหมคะ 

3.การท่องเที่ยวใน San Fransicco  ใช้รถเมล์ รถราง เดินทางเองสะดวกไหมคะ  ต้องการเที่ยว  Alcatraz, pier 39, Goden Gate, Lombard St.  เป็นต้น  หรือว่าควรซื้อทัวร์ดีคะ

4.การซื้อตั๋วรถ Bus และ Cable Car  ควรซื้อเป็นตั๋ว one day pass  ดีกว่าใช่ไหมคะ

5.เที่ยว San Fransicco ใช้เวลา  2  วันพอไหมคะ  หมายถึงสบาย ๆ ไม่รีบเร่งคะ

ขอขอบคุณ คุณ Plew ล่วงหน้าคะ  บังอร





ทำงานเสริฟในร้านอาหารไทยในอเมริกา

27 10 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

 

นักศึกษาส่วนที่ไปเรียนต่อที่อเมริกาหรือคนไทยที่กะไปขุดทองที่อเมริกา  งานแรกที่คิดจะมองหาก็ไม่พ้นการทำงานในร้านอาหารไทย โยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนซึ่งน่าจะมีทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษไม่เลวร้ายนัก ก็มักคิดถึงงานเสริฟ  waiter waitress นักศึกษาหลายคนส่วนใหญ่ที่สามารถไปเรียนเมืองนอกเมืองนาได้ก็ล้วนแต่เป็นผู้มีอันจะกินทั้งนั้น  แล้วจะทำได้ม๊เนี้ย แล้วไปทำงานร้านอาหารไทยไปทำงานเสริฟเนี่ยเขาต้องทำอะไรบ้าง และควรมีทักษะอะไร บ้างละ มาฟังกันเลย

หลักๆเลยถ้าจะทำงานรับ order ภาษาอังกฤษต้องได้ ต้องฟังได้ พูดได้ แต่ถามว่าต้องเก่งภาษามากไม๊ไม่ต้องเก่งมากก็พอได้ เพราะจริงๆศัพท์มันก็วนไปวนมา แล้วเราก็ไม่ได้คุยกับลูกค้าอะไรมากมาย บางครั้งลูกค้าก็จิ้มในเมนูด้วยซ้ำว่าเอาอันนี้แหละ แต่ถ้าภาษาดีก็ได้เปรียบ ดังนั้นเตรียมฝึกภาษาไว้ก่อนเลย 

สิ่งสำคัญต่อมาความเร็ว ต้องเดินให้เร็ว เดินช้าจะถูกเพื่อนร่วมงานจิกกัด หาว่าเราขี้เกียจ ไม่คล่อง บางทีคนก็โครตน้อยแต่ก็ต้องทำเดินเร็วตลอดเวลา กึ่งเดินกึ่งวิ่งนี่จะดีมาก คือยุ่งไม่ยุ่งก็เดินให้เร็ว อันนี้เจอมากับตัวเอง ไปทำเราก็เดินปกติ แบบไม่ได้เดินช้าอะไรเลย บางทีลูกค้าก็ไม่มีก็ต้องทำเป็นเดินเร็วอยู่ดี  เอ้าเวอร์ๆเข้าไปก่อนแล้วกันไม่งั้นอาจโดนเพื่อนร่วมงานแอบฟ้องนายได้ว่าเดินช้า

 

ต้องแบกจานได้ทีละเยอะๆๆๆๆ ฮ้าจริงๆมันมีวิธีซ้อนจานที่ทำให้เราเก็บจานได้ทีละมากๆ ถ้าแบกจานได้น้อยอาจโดนข้อหาทำงานไม่เป็น บางร้านใจร้ายคนเขาไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อนสอนก็ไม่สอน แต่บอกทำไม่ได้ ทำใจ

 

จำรายการอาหารในเมนูได้ทั้งหมด หน้าตาอาหารแบบนี้เรียกว่าอะไร รวมทั้งถ้าจำราคาได้ด้วยจะดีมาก สำคัญนะจ๊ะ

หาความรู้เกี่ยวกับเรื่องไวน์ ไวน์มีกี่แบบ รวมทั้งวิธีการเปิดขวดไวน์ การรินไวน์ รินเบียร์ รวมทั้งเรื่องเครื่องดื่มน้ำเมาทั้งหลาย เพราะหลายร้านจะมีบาร์ด้วย ดังนั้นถ้ามีความรู้เรื่องนี้จะช่วยได้มาก

 

ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ เพราะหลายร้านจะมีบริการส่งถึงบ้าน รับออร์เดอร์ทางโทรศัพท์ ก็ฝึกฝนตรงนี้ไว้

หลายๆร้านพนักงานทำทุกอย่างทั้งรับออร์เดอร์ เสริฟ ยก เก็บโต๊ะ เก็บตังค์ ปิดบัญชี รวมทั้งเทขยะในห้องน้ำ เช็คสต๊อก อือ คนเป็นคุณหนูก็ต้องทำใจ แต่บางร้านเขาจะแบ่งหน้าที่ชัดเจน รับออร์เดอร์และบริการลูกค้าอย่างเดียว  คนยกอาหารก็ยกเสริฟอย่างเดียว คนเก็บโต๊ะจัดโต๊ะก็ทำอย่างเดียว ถ้าร้านใหญ่ๆเขาจะทำแบบหลัง ร้านเล็กๆก็แบบแรก  55555 แล้วแต่ดวงตอนนี้งานที่อเมริกาก็หาไม่ง่าย โอกาสจะเลือกร้านดีๆคงไม่ง่ายนักยิ่งถ้าเป็นหน้าใหม่ด้วยแล้วได้ร้านไหนก็ทำไปก่อน    





หาที่พักในซานฟรานซิสโก

23 10 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

สำหรับวันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วแต่อย่างใด แต่มีหลายคนสอบถาม ขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการหาที่พักในซานฟรานซิสโก จริงๆตรงนี้ตอบยาก มันขึ้นอยู่กับจังหวะว่าตรงไหนเต็มตรงไหนว่าง และทำงานหรือเรียนที่ไหน แต่ย่านที่สะดวกก็เป็นย่าน Downtown  Market street ประมาณนั้นเพราะรถเมล์เยอะ อยู่ในแหล่งช๊อปปิ้ง ร้านอาหารเยอะ พูดง่ายๆสะดวกสบาย จริงๆย่านอื่นๆอีกหลายย่านที่น่าอยู่และปลอดภัย Marina Nob hill South of Market เอาเป็นว่าสรุปย่านที่ไม่ควรไปอยู่เพราะค่อนข้างอันตรายประมาณเพื่อนบ้านและชุมชนไม่ดี ซึ่งก็มีไม่มาก เวลาหาที่พักก็ห่างย่านเหล่านี้เอาไว้ ย่านไม่ดีได้แก่  Sixth Street , สุดๆ ปลายๆ ถนน Third Street, ถนน Eddy และ Jone

ถ้าถามต่อว่าแล้วอพาตเมนส์ในซานฟรานซิสโก อันนี้หมายถึงในเมืองซานฟรานจริงๆไม่ใช่เมืองรอบๆราคาประมาณเท่าไร  บอกเลยว่าส่วนใหญ่ม่ต่ำกว่าพันเหรียญ ที่บอกว่าพันก็ห้องธรรมดา สตูดิโอ ซึ่งขึ้นอยู่กับย่านด้วย ถ้าประมาณหนึ่งห้องนอน สองห้องนอน ก็พันกว่า สองพัน สามพันกว่าขึ้นไป  ถูกๆเจ้ดร้อย แปดร้อยอาจมีแต่เป็นย่านไม่ดี น่ากลัว สกปรก อย่างที่บอก ทางเลือกให้ประหยัดก็ต้องไปแชร์กับชาวบ้านเขาอยู่ ไม่อย่างนั้นเสียค่าเช่าห้องก็บานแล้วนี่ไม่รวมค่าไฟ ค่าอื่นๆนะจ๊ะ

 

แต่ให้ง่ายในการหาที่พัก อพาตเมนท์ หรือแชร์ห้องกับชาวบ้าน เข้าเว็ปนี้ได้เลยง่ายดีในการหาที่พัก หารูมเมท รวมทั้งหาสินค้า บริการต่างๆใน San Francisco bay

craigslis San Francisco Bay Area





ของไทย ไทย อะไรที่ฮอตฮิตในอเมริกา

19 10 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

จริงๆแล้วคนอเมริกันส่วนใหญ่รู้จักคำว่าไทย แต่ไม่ได้แปลว่ารู้จักประเทศไทย อเมริกันน่าจะเกือบร้อยเปอร์เซ็นรู้จักประเทศไทย เพราะอาหารไทย ในอเมริกามีร้านอาหารไทยมากมายและอาหารไทยเป็นอาหารที่เป็นที่นิยมเอามากๆ ฝรั่งหลายคนที่รู้จักบอกว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ฟังแล้วน่าปลื้มชะมัดต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่คิดค้นสูตรอาหารอร่อยๆ ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักทั้งๆที่หลายๆคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในแผนที่โลก  อันนี้เรื่องจริง  ตัวเองตอนอยู่ที่นั่นฝรั่งจะชอบถามเรื่องอาหาร ทำต้มข่าไก่เป็นไม๊ ทำสะเต๊ะเป็นไหม  ข้าวเหนียวละทำอย่าไร หุงข้าวสวยให้มันนุ่มน่ากินมีเคล็ดลับอะไร  เวลามีปาร์ตี้ทำอาหารไทยง่ายๆไปเลี้ยงอือกินกันหมดเกลี้ยงเลย

อีกสิ่งหนึ่งที่ฮอตฮิตมากคือ นวดไทย Thai massage”  ฝรั่งที่ชอบนวดล้วนแต่ติดใจศิลปะการนวดไทยกันทั้งนั้น เนื่องจากนวดไทยนั้นจะช่วยการบำบัดอาการปวดเมื่อยได้มากกว่าการนวดแบบอื่นเช่นสวีดิชที่เน้นการผ่อนคลายคือไม่หนักหน่วงและมีการเน้นกดจุดแบบนวดไทย  น่าภูมิใจอีกเช่นกัน ไทยเรามีของดีเยอะจะตายไป

อะไรอีกน่าที่เป็นของไทยและฮิตในหมู่ฝรั่ง  อันนี้เฉพาะฝรั่งหนุ่มๆเท่านั้น ก็สาวไทยไงละจ๊ะ  จริงๆนะค่ะ ตอนนี้สาวเอเชียเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มๆฝรั่งจำนวนมาก สาวเอเชียที่ฮอตฮิต คือสาวญี่ปุ่น สาวเกาหลี สาวจีน และสาวไทยเรานี่แหละ  ทำไมฮิตละ ทำไมหนุ่มๆฝรั่งอยากมีแฟนเอเชียหรือมีแฟนคนไทย อันนี้เท่าที่ฟังหลายเหตุผล เช่นอ่อนหวานกว่า เอาใจเก่งกว่า ไม่มั่นใจในตัวเองจนเกินเหตุ ผิวสวยและนุ่มกว่า รูปร่างดี ไม้อวนตัวใหญ่เกินเหตุ แต่ถ้าเทียบกันแล้วระหว่างญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไทย ไทยน่าจะฮิตกว่าเนื่องจากผิวสีแทน ฝรั่งเขาชอบผิวสีแทนจะตาย ไม่เหมือนคนไทยเอะอะอะไรขอขาวเป็นหยวกไว้ก่อนถึงจะสวย  แต่ฝรั่งคิดตรงข้ามสีแทนสวยกว่าดูสุขภาพดี ไม่ดูซีดเซียว จืดชืด และดูบอบบางอ่อนแอจนเกินไป

 

ทะเลไทยก็ฮิต หลายคนที่เจอมักถามถึงทะเลทางภาคใต้ของไทย เขาบอกเขาอ่านหนังสือทะเลไทยติดหนึ่งในสิบทะเลที่สวยที่สุดในโลก อยากมาเมืองไทยมากๆ แต่จริงๆไทยกับอเมริกาไกลกันมากๆ ดังนั้นฝรั่งจำนวนหนึ่งจึงนิยมไปฮาวายหรือคาริบเบียน มากกว่าจะมาไทยเพราะใกล้กว่ากันเยอะ

 

อะไรอีกน่าที่เมื่อฝรั่งเขาคิดถึงเมือพูดถึงประเทศไทย  ศาสนาพุทธไงค่ะ  หลายคนที่เจอพอรู้เป็นคนไทยก็ชอบถามเกี่ยวกับพุทธศาสนา คนพุทธมีความคิด ความเชื่อและแนวทางการปฏิบัติอย่างไร จุดธูปเพื่ออะไร ประมาณนั้น

 

สุดท้ายที่ฝรั่งชอบถามเกี่ยวกับประเทศไทยคือ “The King” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งเกี่ยวกับราชวงศืของไทยเรา  เนื่องจากฝรั่งหลายคนทราบดีว่าพระองค์ทรงเป็นที่รัก เทิดทูนของคนไทยอย่างมาก จึงมีคำถามเกี่ยวกับพระองค์มากมาย ฝรั่งหลายคนไปทานร้านอาหารไทยก็พบว่าในร้านอาหารไทยเกือบทุกร้านจะมีรูปของพระองค์ติดอยู่บนฝาผนัง เขาก็เกิดความสนใจ

ที่เล่ามาจริงๆเป็นประโยชน์ ประโยชน์ยังไงละ สำหรับบางคนที่อาจกำลังเดินทางไปเมืองนอก จะได้เตรียมข้อมูลไปคุยไปเล่าให้ฝรั่งเขาฟังไงค่ะ ถือเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยอีกทางหนึ่ง และทำให้ตัวคุณมีข้อมูลไปคุยกับเขา เพราะบางเรื่องที่บอกศัพท์ต่างๆที่ใช้อธิบายค่อนข้างยากมันไม่ใช่ภาษาพื้นๆ ถ้าเตรียมตัวไปก่อนจะได้คุยกันสนุกและฝรั่งเขาก็ชื่นชมคุณอีกต่างหาก ไม่ใช่ถามอะไรเกี่ยวกับเมืองไทยตอบอะไรไม่ได้ซักอย่าง คือบางทีมันรู้แต่เล่าเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ ที่รู้ไม่ใช่อะไรก็โนมากับตัวเองนะซิ ใบ้รับประทานเนื่องจากความอ่อนหัดทางด้านภาษานั่นเอง  





ความคิดคนไทย..ความคิดฝรั่ง

3 10 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

คนไทยหลายคนที่ไปอเมริกาไปทำงาน รวมทั้งไปเรียน  ซึ่งจริงๆก็เพื่อนกันนี่แหละ  โปรยยาหอมให้ฟังโอ้ยอเมริกาดีกว่าเมืองไทยเยอะ คนก็ nice ไม่มานั่งดูถูกกันแบบคนไทย เช่นอยู่เมืองไทยทำงานร้านอาหารนี่ต่ำต้อยมาก แต่ถ้าเป็นอเมริกาเขาไม่มาดูถูกอาชีพอะไรก็เหมือนกัน ก็ทำงานได้เงินเหมือนกัน ทำงานร้านอาหารก็มีรถขับนะจ๊ะไม่ใช่กระจอก   แถมยังบอกทำงานร้านิอาหารไทยดีกว่าทำงานในออฟฟิตอีก เพราะได้ทิปเงินดีกว่า

 

ตกลงมันจริงไม๊ละที่ฝรั่งอเมริกันเขาคิดว่าทำงานอาชีพอะไรก็เหมือนกันนะ ทำงานเสริฟไม่ได้ต่ำต้อย เขาไม่ได้ดูถูกประมาณนั้น  อันนี้ที่คุยกับแฟนซึ่งเป็นอเมริกันและเพื่อนของเขาครอบครัว (บางอย่างเขาไม่ได้พูดตรงๆหรอกแต่ก็รู้ได้เอง)  เริ่มที่แฟนเราเองก่อนเลย เขาบอกเลยว่าถ้าคิดทำงานในร้านอาหารระยะยาวก็รับไม่ได้ ถ้าแค่เล่นๆเอาประสบการณ์ก็โอเค  เขาบอกทำไปก็ไม่ได้อะไร นอกจากทำเพราะหาประสบการณ์อยากเปิดร้าน แต่ประเภทคิดทำไปตลอดเป็นอาชีพหลักนี่สินคิด คงทนคบต่อไปไม่ได้  เหมือนคนที่ไม่อยากพัฒนาตัวเองย่ำอยู่กับที่ เพราะจริงๆรายได้จากการทำงานร้านอาหารที่คนไทยคิดว่าเยอะฝรั่งเขาไม่ได้คิดด้วยซะหน่อย  แฟนเราเองพูดหลายหนตอนทำงานที่ร้านอาหาร เพราะกลับก็ดึก เสื้อผ้าเลอะ มีกลิ่นอาหารติดตัวกลับบ้าน  เขาบอกเลิกทำเหอะเงินนิดหน่อยเสี่ยงกับการกลับบ้านดึกมีอันตรายขึ้นมามันไม่คุ้มเลย เขาจ่ายให้ก็ได้เงินที่ได้จากร้านอาหารนะ  อือนี่แค่ความคิดคนคนเดียวนะ

มาที่ความคิดที่สอง อันนี้ไม่ใช่เขาบอกตรงๆ แต่เรื่องราวมีว่า น้องสาวแฟนเราเอง (ก็ฝรั่งอีกแหละ) เขาก็มีแฟนซึ่งเป็นฝรั่งเหมือนกัน คบกันมาเกือบสิบปี ผู้ชายจริงๆก็ดีนิสัยดี (อันนี้แฟนเล่าให้ฟังอีกต่อ)  คบมานานหมั้นกันแล้ว แต่สุดท้ายน้องสาวเขาขอเลิก เพราะผู้ชายคนนี้ไม่รักดี จบปริญญาตรี คือมีการศึกษา แต่ทำงานเสริฟในร้านอาหารและไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนงานคิดจะยึดอาชีพเสริฟไปตลอดชีวิต ผู้หญิงคือรับไม่ได้จริงๆกับความคิด ที่เขาคิดว่า สิ้นคิด

เหตุการณ์ที่สาม เนื่องจากเรามีแฟนเป็นอเมริกันนี่แหละ เป็นเหตุให้ต้องเจอ สังคมกับทั้งเพื่อนและญาติ ก็ฝรั่งล้วนๆอยู่เสมอ มีครั้งหนึ่งน้องเขยเขาก็ถาม เพราะรู้ว่าเราทำงานร้านอาหารไทย เขาก็ถามทำงานร้านอาหารสนุกไม๊ และก็ยิ้มขำๆ  อือ…  ส่วนบางคุยกับเพื่อนเขา เขาก็บอกสมัยเรียนเขาก็เคยทำงานร้านอาหารเหมือนกัน ก็คือทำตอนยังเรียนอยู่ช่วงสั้นๆ  แต่เมื่อเรียนจบเขาก็หางานอื่นที่มันดีกว่า

 ที่เล่ามาไม่ได้จะบอกว่าทำงานร้านอาหารไทยไม่ดี เพราะจริงๆสถานการณ์ของคนไทยมันต่างจากฝรั่งการที่คนไทยจะหางานดีๆในเมืองนอกไม่ใช่ง่าย ยากเลยละ แต่เพียงอยากบอกว่า หลายคนกำลังเข้าใจผิด ว่าฝรั่งเขาคิดว่าทำอาชีพอะไรก็เหมือนกัน ไม่ใช่เลย  เพราะจริงๆคุณแทบไม่เคยได้คุยกับเขาจริงๆ เจอก็ลูกค้าในร้าน แน่นอนเพราะฝรั่งเขามีอัธยาศัย เนื่องจากเขาถือว่าการทักทาย เป็นเรื่องสำคัญ เขามาในร้านอาหารเขาก็ทักทายกับพนักงานในร้าน นั่นก็วัฒนธรรมเขา เจอกันทักทาย กลับก็บอกลา คนไทยก็เหมาเอาว่าเขาไม่ดูถูก จริงๆก็ไม่ได้ดูถูก แต่คนไทย ฝรั่งก็เหมือนกันคือมีการแบ่งแยกระดับสถานะทางสังคม อาชีพ การศึกษา รายได้เหมือนกันนั่นแหละ  ไม่ได้ต่างอะไรกันเท่าไรเลย อือแล้วมาเล่าต่อตอนต่อไป





ทำงานร้านอาหารไทยในอเมริการายได้ดีจริงไม๊

29 09 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

 

 

ถ้าถามว่าทำงานในร้านอาหารไทยในอเมริกามันได้เงินเยอะจริงไม๊  อันนี้คงจริงเพราะค่าเงินมากกว่า บางคนบอกทำงานที่นี่คือทำงานร้านอาหารได้เงินเป็นหลักแสน (เมื่อเปลี่ยนเป็นเงินไทย) นั่นหมายความว่าต้องได้เดือนละไม่ต่ำกว่าสามพันเหรียญต่อเดือน  หมายความว่าต้องทำได้วันละไม่น้อยกว่าวันละร้อยเหรียญ และต้องทำงานทุกวัน ทุกวันในที่นี้คือตั้งแต่เช้าจนดึก ไม่ใช่ทำแค่กะเดียวเพราะถ้าทำกะเดียวยากมากที่จะได้ถึงร้อยเหรียญ  ได้เงินคงเยอะแต่ทำงานหนักและทำทุกวัน แต่ในความเป็นจริงอันนี้หมายถึงที่ซานฟราน ยากมากที่จะได้ทำงานทุกวัน เพราะคนไทยเยอะ ส่วนมากก็แบ่งๆวัน แบ่งๆกะกันไป ดังนั้น บางคนอาจทำสามวัน สองวัน คงมีบางคนที่ได้ทำทุกวันทำเต็มวันแต่ยากมากสำหรับคนมาใหม่ ยิ่งตอนนี้คนไทยเยอะ ยิ่งยากที่ได้ยินมาบางคนได้งานแค่วันเดียวต่อวันก็มี ดังนั้นไม่ต้องคิดว่าจะรวย แค่พอใช้ที่นี่ยังไม่พอเลย ต้องขอเงินพ่อ แม่ที่เมืองไทยแหละถึงอยู่ได้  แต่มีเพื่อนหลายคนทำงานร้านอาหารไทยแต่รัฐอื่น เช่นที่ ออสติน เท็กซัส   แอลเอ หรือนิวยอร์ก ส่วนมากที่ฟังก็ได้คนละประมาณร้อยกว่าเหรียญต่อวัน ร้อยกว่าที่ว่าก็ร้อยต้นๆ   แต่มีคนหนึ่งอยู่ชิคาโกบอกได้สองร้อยต่อวัน  แต่ก็คือต้องทำวันละสองกะ 

ดังนั้นจึงสรุปได้ยากว่ามันได้เงินเยอะจริงไม๊ เพระบางคนก็ได้เยอะจริงแต่บางคนก็ไม่ (อย่างตัวเองเป็นตัวอย่าง ได้น้อยมาก)  แต่ต้องย้ำว่าคนที่เขาบอกว่าได้เดือนแสน สองแสน ที่นี่คือต้องทำงานเกือบทุกวัน เช้าจนดึก ก็ถ้าคิดว่าคุ้มมันก็คุ้ม  มีเพื่อนคนไทยที่เคยอยู่แอลเอคนหนึ่งบอกว่า ทำงานเสริฟในร้านอาหารไทยนะดีกว่าไปทำงานแบงค์นั่งร์เตอร์ หรือทำออฟฟิตในอเมริกาอีก เขาว่าได้เงินเยอะกว่า เขาบอกบางคนเคยทำเสริฟแล้วได้งานในออฟฟิตบ้าง ธนาคารบ้าง ทำได้ไม่นานก็ลาออก กลับมาทำร้านอาหารเหมือนเดิม เพราะร้านอาหารรายได้ดีกว่า  สำหรับในคววามคิดตัวเองคิดว่าเขามองอะไรแค่มุมเดียว คือเทียบกันทำงานออฟฟิตใหม่เงินน้อยกว่าทำงานร้านอาหาร แต่เขาลืมคิดว่าจริงๆแล้วชั่วโมงการทำงานมันต่างกัน ทำร้านอาหารได้เยอะกว่าแต่ชั่วโมงในการทำงานก็เยอะกว่า ทำงานออฟฟิตปกติสามโมงเช้าเลิกห้าถึงหกโมง แต่ร้านอาหารสิบโมงเช้าถึงอย่างน้อยสี่ทุ่ม  เพื่อนคนนี้บอกต่ออีกว่าทำงานร้านอาหารได้กินฟรีอีกต่างหากอือก็จริงนะตรงนี้ไม่เถียง แต่ทำงานร้านอาหารกี่ปี่มันก็ได้เท่านี้เงินเดือนมันไม่ขึ้น นอกจากขยับไปเป็นผู้จัดการหรือเปิดร้านมันซะเอง แต่ทำงานบริษัทเงินเดือนมันยังขยับขึ้นบ้าง  อันนี้ก็นานาจิตตัง เพื่อนคนนี้เขาบอกเขาชอบทำร้านอาหารเพราะได้เงินทุกวัน ทำเสร็จก็ได้ ไม่ต้องรอสิ้นเดือน เสร็จก็จบๆกันไปวันๆ  เราก็งง เพราะจริงๆเขาจบประกาศนียบัตรที่นั่น ถ้าคิดหาอื่นคงพอได้บ้างแต่เขาไม่คิดอยากหา มุ่งมั่นทำงานเสริฟอย่างเดียว

 

หลายๆคน มีวุฒิการศึกษาสูงๆ ก็บอกอยากทำงานเสริฟ บางคนคิดจะยึดเป็นงานหลัก  เพื่อนคนหนึ่งบอก ฝรั่งไม่เหมือนคนไทย เขาไม่มาดูถูกเด็กเสริฟว่าต่ำต้อย ทุกคนเท่าเทียมกัน อาชีพอะไรก็เหมือนกัน ไม่เหมือนคนไทย ก่อนที่จะมาเจอกับตัวเองจริงๆก็เชื่อ อือฝรั่งเขาคงคิดไม่เหมือนคนไทยเนอะ อาชีพอะไรก็เหมือนกัน เขาคงไม่ดูถูก  แต่จะบอกว่าเพื่อนหลายคนที่มีความคิดแบบนี้ คือจริงๆเขามาอเมริกาเขาไม่ได้มีสังคมกับฝรั่งเลย ไม่ได้มีเพื่อนฝรั่ง เจอฝรั่งก็ผ่านๆประมาณลูกค้าในร้าน  เพราะเคยถามเขาว่ามีเพื่อนฝรั่ง หรือไปปาร์ตี้อะไรกับเขาบ้างไม๊ เขาบอก ไม่ก็ทำงานในร้านเกือบทุกวันเลิกก็ดึก เพื่อนก็คนไทยในร้านด้วยกันแหละ  แต่ดันบอกเข้าใจว่าฝรั่งเขาคิดอะไร  อือคุณว่าจริงไม๊ที่ฝรั่งเขาคิดว่าทำอาชีพอะไรก็เหมือนกัน คนทำงานเสริฟในร้านอาหารกับคนทำงานในออฟฟิตเหมือนกัน  มาเล่าให้ฟังตอนต่อไปดีกว่า ว่าฝรั่งเขาคิดยังไง ทำไมรู้ละ เพราะจริงๆตัวเองอยู่อเมริกา แทบไม่ได้สังคมกับคนไทยด้วยกันเท่าไร  ชีวิตส่วนใหญ่ก็กับแฟน ซึ่งเป็นคนอเมริกัน รวมทั้งเพื่อนและครอบครัวของเขาซึ่งเป็นอเมริกัน  ดังนั้นจึงทำให้รู้มากกว่าหลายคนที่อยู่อเมริกามานานแต่ไม่เคยสังคมจริงจังกับคนอเมริกันจริงๆ คุยก็ผิวเผินประมาณนั้น ทิ้งไว้แค่นี้ก่อนพบกันตอนต่อไปค่ะ





รายได้จากการทำงานร้านอาหารไทยในอเมริกา

28 09 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

วันแรกในการทำงานในร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก  อย่างที่บอกเจ้าของร้านรับเข้าทำงานโดยบอกว่าให้มาฝึกงานก่อน วันแรกทำงานตั้งแต่ประมาณสี่โมงครึ่งถึงห้าทุ่ม ได้ตังค์เท่าไรนะ เศร้าค่ะ ได้สิบห้าเหรียญ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณห้าร้อย ตอนนั้นก็อือเข้าใจนะเพราะว่าเรามาฝึกงานและมันไม่มีทางเลือกเพราะร้านอื่นก็เต็มและไม่เปิดโอกาสให้เลย  แต่ตอนกลับถึงบ้านก็คิดนิดหน่อยคือเงินเดือนที่ได้ในการทำงานในเมืองไทยมันมากกว่าที่ได้จากที่นี่อีกงานก็ดีกว่าคืองานมันคนละเรื่องกันเลย  ใครบอกทำงานในเมกาได้เงินเยอะ โกหก คิดในใจ 

เจอแฟน เขาก็ถามเป็นไงทำงานวันแรกได้เงินเท่าไร  อายค่ะ เออสิบห้าอะ เขาก็อือก็ไม่เป็นไรนิ ก็ถือว่าได้ประสบการณ์ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง เราอายเพราะก่อนมาที่นี่คุยกับแฟนบอกอยากมาทำงานเก็บเงิน เพราะเพื่อนบอกทำงานเสริฟรายได้ดี เขาได้กันร้อยกว่าเหรียญขึ้นไปอย่างต่ำก็แปดสิบ แต่ความจริงคือสิบห้าเหรียญ แต่เราก็พยายามพูดให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นว่า อือแต่เราได้กินอาหารฟรีนะ กินเต็มที่เลยถ้าคิดรวมอาหารที่เขาให้กินยี่สิบกว่าเหรียญ    

ฟังมาถึงตอนนี้หลายๆคนอาจสงสัยว่าแล้วตกลงทำงานร้านอาหารมันรายได้ดีจริงไม๊  ตรงนี้บอกเลยว่าบางคนก็ดีจริงแต่บางคนก็ไม่ ขึ้นอยู่กับว่าทำงานร้านไหน ร้านขายดีไม๊และพนักงานเยอะไม๊ เพราะรายได้ส่วนใหญ่มาจากทิป ค่าแรงส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณชั่วโมงละห้าเหรียญ บางร้านไม่ให้เลย แต่ได้เยอะหรือไม่ก็ตรงทิป  ถ้าร้านเงียบก็เศร้าไป หรือบางร้านขายดีแต่คนทำงานเยอะก็แบ่งเยอะ ตัวหารเยอะก็ไม่ดีอีก

 

ร้านที่ทำอยู่คนอื่นๆที่เขาทำจริงๆคือไม่ได้ฝึกงานอย่างเรา เขาได้ประมาณไม่เกินร้อยเหรียญ อันนี้คือทำทั้งวันนะค่ะ คือทำสองกะ เช้าสิบโมงเช้าถึงอย่างน้อยสี่ ห้าทุ่ม ถ้าทำกะเดียวไม่มีทางเลย บางคนทำแค่ตอนเช้าได้ไม่ถึงสี่สิบเหรียญก็มี หรือบางคนทำแต่บ่ายก็ได้ไม่มากบางวันอาจแค่สี่สิบ ขายดีมากๆก็แค่เจ็ดสิบ

 

คืออย่างที่บอกก่อนมาฟังคนอื่นเล่าบอกบางทีได้วันละสองร้อย ที่ซานฟรานบอกเลยว่ายาก เอาแค่ให้ได้ถึงร้อยก็เก่งแล้ว  และถามว่าเงินที่ได้มันเยอะมีถ้าเทียบกับงานที่ทำ ชั่วโมงการทำงาน คือคุณต้องทำทั้งวันเช้าจนดึก ถึงจะได้เกือบร้อย หรือร้อยนิดๆ ที่นี่ส่วนมากต่ำกว่าร้อย  บางร้านอาจร้อยกว่า แต่ไม่เห็นใครบอกได้ถึงสองร้อยเลย แต่ถ้าคำนวณเป็นเงินไทยมันก้เยอะอยู่เจ็ดสิบแปดสิบคิดเป็นเงินไทยก็เยอะ แต่ต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายที่นี่มันแพง  และทำงานมันรายวัน ไม่ทำก็ไม่ได้ หยุดก็ไม่ได้เงิน อย่างเราทำงานบริษัทมันยังมีวันหยุด วันลา หยุด ลาก็ได้ตังค์ แต่ทำงานแบบนี้หยุดคือไม่ได้ตังค์  ทำไมพูดถึงตรงนี้ เพราะก่อนมาที่นี่คุยกับเพื่อนคนไทยที่ทำงานร้านอาหารไทยในแอลเอ เขาบอกว่าทำงานร้านอาหารไทยดีกว่าทำงานแบงค์ในอเมริกาหรืองานออฟฟิตอีก จริงไม๊  มาคุยกันตอนต่อไป





งานร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก (2)

20 09 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

มาเล่าต่อเรื่องการทำงานร้านอาหารไทยในซานฟรานซิสโก  เด็กที่ทำงานเสริฟส่วนใหญ่เป็นนักเรียนที่มาเรียนภาษา และมาเรียนต่อปริญญาโท อายุส่วนใหญ่ประมาณยี่สิบต้นๆทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงกลายเป็นพี่ไปโดยปริยายเนื่องจากเลขสามนำหน้าไปแล้ว (แต่หน้ายังเด็กอยู่นะ) ในร้านที่ทำหลายคนเป็นเด็กเอแบค (เด็กมหาลัยเดียวกับเราไม่มีเลยอะ)  เขาจึงสนิทกันค่อนข้างเร็ว เพราะบางคนเป็นเพื่อนกันมาก่อนตั้งแต่เมืองไทย น้องอีกกลุ่มเป็นเด็กม.กรุงงเทพ มากันสามคนมาเรียนภาษาด้วยกัน พักด้วยกัน ทำงานด้วยกัน อือไม่เหงาดี

 

เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ซึ่งเป็นรุ่นน้อง และผู้หญิงทั้งหมด ปัญหาที่เกิดกับคนมาใหม่อย่างเราคือ คนเก่า ที่ทำมาก่อนเราคนหนึ่งพูดอย่างอีกคนพูดอย่าง นึกออกไม๊คนนี้บอกต้องทำอย่างนี้นะ พอเราทำอีกคนเห็นบอกทำอย่างนี้ไม่ได้นะผิด เราก็งงสิ แล้วจะให้ทำยังไงละ แล้วร้านที่ทำช่วงเรามาฝึกงานคือมาฝึกทุกวัน แต่คนที่ทำประจำในแต่ละวันไม่ซ้ำหน้า คือวันจันทร์ก็คนหนึ่ง วันอังคารก็อีกคน เปลี่ยนไปเรื่อย  มาเจอคนหนึ่งก็บอกอย่างหนึ่ง มาเจออีกคนก็บอกอีกอย่าง  ทำตามคนหนึ่งอีกคนบอกผิด คือมันมั่ว เอาแค่เรื่องง่ายๆแค่ตักข้าวใส่หม้อคนหนึ่งบอกเอาถ้วยตักเลยเร็วดี พอเราเอาถ้วยตัก อีกคนมาเจอบอกทำงั้นได้ไงเดี๋ยวมันสกปรก  พอเอาทับพีตักอีกคนมาเห็นบอก โอ้ยงี้ช้าตายเลย  บางทีงงเฮ้ยแค่ตักข้าวอะไรนักหนาตักยังไงก็เอาเหอะให้มันเสร็จก็พอ 

ถามตอว่าแล้วทำไมเราต้องเกรงใจคนทำงานเก่าๆมากมาย ทั้งๆที่เจ้าของร้านบอกไม่ต้องไปฟังมากคนเก่าบางทีก็สอนผิดๆ แต่ที่ต้องเกรงใจเพราะ จริงๆเจ้าของร้านนี้เขาไม่อยู่ร้านเท่าไร  ดังนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าเราทำงานเป็นไง แต่เขาจะใช้วิธีถามจากเพื่อนร่วมงาน ถ้าเพื่อนร่วมงานไม่พอใจ แล้วบอกคุณทำงานไม่ดีก็จบ

 

เรื่องนี้โดนกับตัวเองมาแล้ว จึงซึ้งน้ำใจคนไทยด้วยกันมากๆ  ในวันที่มาทำงานเป็นวันแรก แทบไม่มีใครสอนงานบอกแค่หน้าที่มีอะไร คือทำงานได้ห้าชั่วโมง ร้านใกล้ปิด เจ้าของร้านก็มาก็นั่งกันพร้อมหน้า เจ้าของร้านก็ถามพี่คนหนึ่งซึ่งคนนี้เป็นหลานสาวเจ้าของร้านว่าเราทำงานเป็นไง  เขาตอบ อ๋อเขาทำไม่ได้ ทำช้า เรางงงง  มากเฮ้ยมาทำวันแรก เราทำเต็มที่แน่นอนมันทำไม่เร็วหรอก สอนงานก็ไม่สอน วันแรกบอกเราทำไม่ได้ มานั่งคิดถ้าเป็นคุณมีคนมาทำงานวันแรก เค้าไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน คุณจะตอบว่าไง   วันนั้นคือเค้าพูดต่อหน้าเลย เราก็รู้ว่าเราทำงานไม่เก่งแน่ๆในวันแรก แต่บอกให้ทำอะไรทำทุกอย่าง ไม่มีบอกไม่ได้หรืออิดออดเลย  นี่แหละเพื่อนร่วมงานคนไทย

จริงๆเรื่องนี้ก่อนได้งานคุยกับเพื่อนของเพื่อนที่ทำงานร้านอาหารไทยที่นี่ เขาก็เตือนเรามาว่าอย่าไว้ใจใครเด็ดขาด อย่าไปเล่าอะไรให้ใครฟังมาก นี่หมายถึงคนไทยในร้านที่ทำงานด้วยกัน เขาบอกเขาเจอมาเยอะ เขาคบๆไปไม่สนิทกับใครมากมาย ไม่เล่าไม่บอกอะไรใคร ถ้าไม่ได้เป็นเพื่อนหรือสนิทกันมาก่อนจริงๆ เขาบอกโดยเฉพาะคนทำงานในครัวยิ่งหนัก ส่วนใหญ่การศึกษาน้อย ชอบนินทาพูดลับหลังให้เราเสียหาย   แต่พูดถึงตรงนี้บอกก่อนว่าอันนี้เพื่อนเตือนมา จริงๆไม่มีเจตนาจะบอกว่าคนไทยที่นั่นไม่ดี คนดีก็มี แต่บางคนที่เจอก็อย่างที่เล่า

 

จริงๆเรื่องนินทาก็เป็นเรื่องปกติของทุกสังคม ในร้านอาหารก็เช่นกัน คนเสริฟนินทาคนในครัว คนในครัวนินทาคนเสริฟ คนเสริฟและคนในครัวนินทาเจ้าของร้าน เจ้าของร้านนินทาลูกน้องอีกคนให้อีกคนฟัง  เซ็ง  เราเองก็นินทาเหมือนกันแต่นินทาในใจ ด้วยความที่มาใหม่ไม่รู้ใครเป็นใคร เงียบไว้เป็นดีแต่หูก็ทำงานตลอดเวลา เก็บข้อมูล